Logo TEC

info & activity

เปิด Story Murakami ดอกไม้ยิ้มแฉ่ง

 
 
ถ้าพูดถึงไอเท็มสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่นที่กำลังมาแรงสุดๆในตอนนี้ มั่นใจเลยค่ะว่า 1 ในนั้น จะต้องมี เจ้า Murakami Flower ดอกไม้สีรุ้งยิ้มแฉ่งสุดน่ารัก อยู่อย่างแน่นอน แต่มีใครสงสัยบ้างมั้ยคะว่า เจ้าดอกไม้แสนน่ารักนี้ มาจากไหน วันนี้ ทัวร์เอ็กซ์เพรส เซ็นเตอร์ มีคำตอบมาให้ทุกคนด้วยค่ะ
 
ก่อนอื่น เรามารู้จักเจ้าของไอเดีย ผู้ให้กำเนิดดอกไม้นี้ก่อนดีกว่าค่ะ
 
ทาคาชิ มุราคามิ (Takashi Murakami) ศิลปินผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นศาสดาศิลปะแนวป๊อบ ระดับท็อปของประเทศญี่ปุ่น เขาเกิดในปี ค.ศ. 1962 ณ กรุงโตเกียว เรียนจบปริญญาตรีและโท จาก Tokyo National University of Fine Arts and Music สาขาจิตรกรรรมญี่ปุ่นแนวประเพณี
 
ผลงานขึ้นชื่อของมุราคามิคือ ‘Superflat’ เป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความสดใส และลักษณะการ์ตูนจะเป็นลักษณะแบนราบมิติเดียว แต่ยังคงแฝงความเป็นญี่ปุ่นในลายเส้น เป็นการผสมผสานศิลปะตะวันตกกับวัฒนธรรมป๊อบของญี่ปุ่นออกมาได้อย่างลงตัว และผลงานอันโดดเด่นนี้ นำพาเค้าให้ได้ร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นดังๆ ระดับโลกในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานกับลายเส้นของมุราคามิ ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Supreme, Comme des Garçons, Vans, Issey Miyake, Google, Kaws, Uniqlo และรวมไปถึง Casio G-Shock อีกด้วยค่ะ
 
 
เมื่อพูดถึงผลงานของมุราคามิแล้ว เราจะไม่พูดถึง ‘ดอกไม้สีรุ้งยิ้มแฉ่ง’ หรือที่เรารู้จักกันในนาม ‘Murakami Flower’ ไม่ได้เลยใช่มั้ยล่ะคะ เพราะว่านี่เหมือนเป็นซิกเนเจอร์ที่พอเห็นปุ๊บ ก็รู้เลยว่านี่คือผลงานของเค้า ยิ่งในปัจจุบันเรียกว่าเห็นได้เกลื่อนเลย (โดยเฉพาะถ้าไปเดินสยามช่วงนี้) อย่างที่บอกไปค่ะว่า มีหลายแบรนด์ดังที่ได้จับมือร่วมกับมุราคามิออกคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีลายดอกไม้ยิ้มแฉ่งนี้ หรือบางคนอาจนำมาประดับตกแต่งกับเครื่องแต่งกาย เพิ่มความเก๋ไก๋ตามแฟชั่น แม้ว่าราคาจะแรงแค่ไหน ก็ขอพกให้อุ่นใจไว้ก่อน แต่ใครบ้างจะรู้ว่าภายใต้รอยยิ้มของดอกไม้นั้น มันแฝงความหมายที่แท้จริงอะไรไว้บ้าง…
 
ย้อนไปที่จุดเริ่มต้นของเค้าในการสร้างดอกไม้หน้าเปื้อนยิ้มนี้ ในตอนแรกมุราคามิบอกว่า...
 
“ผมไม่ชอบดอกไม้เลย แต่เมื่อได้มาเป็นครูสอนที่โรงเรียน ความรู้สึกของผมกลับเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นของดอกไม้ หรือรูปร่างของดอกไม้ มันทำให้ผมรู้สึกป่วย แต่ในเวลาเดียวกัน ผมกลับพบว่ามันช่างน่ารักอะไรขนาดนี้ แต่ละดอกของมันล้วนให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน และมีคุณลักษณะที่ต่างกัน” อ่านเหตุผลของเค้าดูแล้ว สารภาพว่าพี่เองก็ยังงงๆ อยู่ดี แต่พยายามจะเข้าได้ครับ เพราะเค้าบอกว่า ดอกไม้ยิ้มแฉ่งนี้ เป็นการสะท้อนถึงความลังเลของเค้าที่มีเส้นบางๆ กันอยู่ระหว่าง ‘ความชอบและความเกลียด’ ค่ะ
 
อันที่จริงแล้ว แรงบันดาลใจที่แท้จริงของการ์ตูนมุราคามินั้นมาจาก ‘เหตุการณ์การทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโรชิมะและนางาซากิ เมื่อปี 1945’ เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้นับว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และสร้างความสะเทือนใจให้กับชาวแดนอาทิตย์อุทัยมาจนถึงวันนี้ และนี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนัก ถ้าการ์ตูนมังงะของชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะมีการเชื่อมโยงผูกเข้ากับเหตุการณ์การทิ้งระเบิดอะตอมมิคบอมบ์ เฉกเช่นเดียวกับการ์ตูนดอกไม้ของมุราคามิ ที่วาดขึ้นมาเพื่อใช้เป็น ‘สัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่และการมีชีวิตใหม่’  นั่นเองค่ะ
 
อันที่จริง ดอกมุราคามินี้ เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของชาวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะไม่ว่าจะเจอเหตุการที่ร้ายแรงขนาดไหน ก็สามารถลุกขึ้น กลับคืนมาเริ่มต้นใหม่ได้ เช่นเดียวกันกับดอกไม้ของมุราคามิ ที่ได้รับแรงบันดาลใจและเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ แสดงให้เห็นถึงความเป็นชาตินักสู้ของชาวญี่ปุ่นได้อย่างดีเลยล่ะค่ะ

จองตั๋วออนไลน์ได้ที่นี่